แนะนำคาร์ซีท เลือกอย่างไรให้เจ้าตัวน้อยปลอดภัยทุกการเดินทาง

แนะนำคาร์ซีท เลือกอย่างไรให้เจ้าตัวน้อยปลอดภัยทุกการเดินทาง

แนะนำคาร์ซีท เลือกอย่างไรให้เจ้าตัวน้อยปลอดภัยทุกการเดินทาง

“คาร์ซีท” เพิ่งเป็นประเด็นร้อน ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคม โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็ก หลังจากที่ราชกิจจานุเบก

คำแนะนำเกี่ยวกับเลือกซื้อ คาร์ซีท กลายมาเป็นทอปปิกร้อนแรง โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเล็ก หลังจากที่ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พ.ร.บ. การจราจรทางบก ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2565 ให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยหรือคาร์ซีท หรือหาวิธีป้องกันอันตราย โดยจะมีผลบังคับใช้ใน 120 วัน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท จนกลายเป็นประเด็น ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคม 

แต่การจะเลือกซื้อคาร์ซีทให้ลูกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย เพราะมีองค์ประกอบที่ต้องพิจารณาหลายอย่าง ทั้งเรื่องความปลอดภัย คุณภาพ ฟังก์ชัน และราคา สำหรับผู้

คาร์ซีทคืออะไร?

คาร์ซีท (Car seat) คือเบาะนั่งนิรภัยในรถยนต์สำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อป้องกันอันตรายระหว่างโดยสาร ถูกออกแบบมาให้เข้ากับสรีระของเด็ก ในช่วงวัยต่าง ๆ มักจะยึดติดกับเบาะรถยนต์ โดยมีตะขอหรือสายรัดล็อกไว้ เพื่อไม่ให้เลื่อนไหล และมีสายคาดทำหน้าที่เป็นเข็มขัดนิรภัย (Seat belt)  

ซึ่งจากสถิติพบว่าอุบัติทางรถยนต์ ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของเด็กอายุ 1 – 13 ปี แต่คาร์ซีทที่ถูกใช้งานอย่างถูกวิธี จะสามารถช่วยรักษาชีวิตของเด็ก ๆ เอาไว้ได้ ดังนั้นคาร์ซีทจึงเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่อาจละเลยได้

คาร์ซีทมีกี่ประเภท?

จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก พบว่าคาร์ซีทช่วยลดโอกาสการเสียชีวิตของเด็กได้มากถึง 70% โดยต้องใช้ให้เหมาะกับช่วงอายุ น้ำหนัก และส่วนสูงของเด็ก ซึ่งแบ่งได้ 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

◾แบบติดตั้งหันหน้าไปทางด้านหลังรถ (Rear-Facing Car Seat) เป็นเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กทารก ตั้งแต่แรกเกิด – อายุ 2 ปี ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกต้นคอหัก จากการสะบัดของศีรษะ เมื่อเกิดการชนหรือการเบรกที่มีความรุนแรง

ภาพจาก https://www.verywellfamily.com/best-forward-facing-car-seats-4690280 

◾แบบติดตั้งหันหน้าไปทางด้านหน้ารถ (Forward-Facing Car Seat) เป็นเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กเล็ก ตั้งแต่อายุ 2-4 ปี 

◾แบบเสริม (Booster Seat) เป็นเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กโต ตั้งแต่อายุ 3-12 ปี หรือน้ำหนัก 15-36 กก. และ ความสูง 100-145 ซม. คาร์ซีทประเภทนี้จะช่วยเสริมก้นให้สูงขึ้น จนสามารถใช้เข็มขัดนิรภัยได้พอดี  โดยสายด้านล่างจะพาดบนตัก ในขณะที่สายที่พาดบ่าจะสอดที่ตรงพนักพิงได้พอดีเช่นกัน 

เลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับเด็กแต่ละช่วงอายุ

◾เด็กแรกเกิด – 1 ปี ควรใช้คาร์ซีทสำหรับทารก เป็นที่นั่งแบบปรับให้หันหน้าไปด้านหลังรถ (Rear-facing Car Seat)

◾เด็กอายุ 1 – 3 ปี ควรใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก เป็นที่นั่งแบบปรับให้หันหน้าไปด้านหลังรถ (Rear-facing Car Seat)

◾เด็กอายุ 2 – 6 ปี ควรใช้คาร์ซีทเป็นที่นั่งแบบหันหน้ามาด้านหน้า (Forward-facing Car Seat)

◾เด็กอายุ 4 – 12 ปี ควรใช้ Booster Seat เป็นที่นั่งแบบหันหน้ามาด้านหน้า สำหรับเด็กโตใช้ร่วมกับเข็มขัดนิรภัยปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและส่วนสูง

◾เด็กอายุมากกว่า 12 ปี ควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่โดยสาร ทุกตำแหน่งที่นั่งโดยสาร

คาร์ซีทมีราคาเท่าไหร่? 

คาร์ซีท มีราคาจำหน่ายตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท แตกต่างกันตามแต่แบรนด์ รุ่น และฟังก์ชันการใช้งาน โดยผู้ปกครองสามารถเลือกซื้อได้ตามกำลังทรัพย์ สำหรับคาร์ซีทมือสองก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่กำลังได้รับความนิยม ทั้งนี้ควรคำนึงเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า คาร์ซีทยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ เหมาะสำหรับช่วงวัยของเด็ก และมีมาตรฐานการรับรองที่เชื่อถือได้ ก่อนจะตัดสินใจซื้อมาใช้ 

คำแนะนำในการเลือกซื้อคาร์ซีท 

ควรเลือกคาร์ซีทที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ FMVSS Federal Motor Vehicle Safety Standard 213 Child Restraint Systems มาตรฐานประเทศสหรัฐอเมริกา,  ECE R44/04 Child Restraint Systems มาตรฐานของสหภาพยุโรป, ECE R129 (i-Size) มาตรฐานความปลอดภัยในคาร์ซีทของสหภาพยุโรป

ควรเลือกเข็มขัดนิรภัยของคาร์ซีทแบบ 5 จุด  เพราะมีความปลอดภัยมากกว่าแบบ 3 จุด

ควรเลือกซื้อคาร์ซีทใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่าคาร์ซีทนั้น ไม่เคยชำรุดหรือได้รับความเสียหายมาก่อน 

ควรคำนึงถึงความปลอดภัย ฟังก์ชัน และความแข็งแรงในการใช้งานเป็นหลัก เพราะบางครั้งราคาอาจไม่ได้การันตีคุณภาพเสมอไป จะต้องดูองค์ประกอบอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย  

ระบบการติดตั้งคาร์ซีท มี 2 แบบ ดังนี้ 

1. ระบบ Car Seat Isofix เป็นระบบติดตั้งคาร์ซีท ที่ติดตั้งมากับเบาะด้านหลังของรถยนต์  ไม่ต้องใช้สายรัดเข็มขัด Seat Belt รัดกับคาร์ซีท Car Seat ทำให้ใช้เวลาติดตั้งน้อย และติดตั้งได้ง่าย ลดความผิดพลาด  มีความปลอดภัยสูง แต่ราคาค่อนข้างสูง และสามารถรองรับเฉพาะในรถยนต์บางรุ่น

2. ระบบติดตั้งกับเข็มขัดนิรภัย เป็นระบบที่จะเชื่อมกับเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ สามารถใช้ได้กับรถยนต์ทุกรุ่น เพราะใช้กับเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ที่มีอยู่แล้ว แต่จะใช้เวลาติดตั้ง และมีขั้นตอนยุ่งยากกว่าแบบ Car Seat Isofix 

คำแนะนำในการติดตั้งคาร์ซีท

ควรอ่านคู่มือก่อนติดตั้ง และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หลังการติดตั้งให้ลองขยับเบา ๆ หากติดตั้งได้ถูกต้อง คาร์ซีทไม่ควรขยับได้เกิน 1 นิ้วในทุกทิศทาง

ควรเลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับอายุ  ส่วนสูง และน้ำหนักของเด็ก และต้องเปลี่ยนใหม่ เมื่อเด็กเกินวัยนั่งเบาะเก่าแล้ว และเด็กทารกก็ควรนั่งในที่นั่ง สำหรับทารกโดยเฉพาะเท่านั้น

เด็กแรก – อายุ 2 ขวบ หรือความสูงและน้ำหนักถึงเกณฑ์ ควรนั่งแบบ Rear Facing หรือติดตั้งคาร์ซีทโดยหันหน้าไปทาง เพราะคอของเด็กยังไม่แข็งแรง

ไม่ควรติดตั้งคาร์ซีทที่เบาะด้านหน้า เพราะหากเกิดอุบัติเหตุ การทำงานของถุงลมนิรภัย อาจจะทำให้เด็กเกิดอันตรายได้ จึงควรเป็นการติดตั้งที่เบาะด้านหลังจะดีกว่า

ต้องคาดเข็มขัดให้ถูกวิธี และสายคาดต้องกระชับ ไม่ควรหลวมเกินสอดนิ้วได้นิ้วเดียว และสายคาดอกควรคาดอยู่บนอก ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องอยู่ในตำแหน่งที่ถูกออกแบบมา

แนะนำคาร์ซีท 5 รุ่นใช้ดี ที่พ่อแม่อยากบอกต่อ

1. Ailebebe  รุ่น KURUTTO 5i GRANCE ราคาปกติ 42,900 บาท

ไฮไลต์

▪ สำหรับเด็กแรกเกิด – 4 ปี หรือน้ำหนัก 2.5 – 18 กก.

▪ ติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX พร้อม Control Lock ที่ง่ายสะดวกและปลอดภัยกว่า

▪ ขาค้ำแบบคู่ หน้าสัมผัสพื้นกว้างและยึดได้มั่นคงกว่า

▪ มาพร้อมลูกบิด จับถนัดมือ หมุนง่าย เพียงบิดแล้วหมุน จะช่วยให้การนำลูกน้อย ขึ้น-ลง ได้ง่ายขึ้น

▪ หมุนแบบไร้เสียง เพื่อให้การนอนของลูกน้อยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุ้งตื่น

▪ ปกป้องการกระแทกจากด้านข้างด้วยพนักพิงด้านข้างกว้างถึง 21 ซม.

▪ ปรับเอนได้ 3 ระดับ

▪ ปรับระดับเข็มขัดนิรภัย ง่ายเพียงปุ่มเดียว

▪ หมอนรองศีรษะ ปรับขึ้น-ลงได้ตามความสูง

▪ Infant Cushion Flat รองรับสรีระเด็กแรกเกิด เสมือนท่าอุ้มของแม่

▪ ช่องหลังคาขนาดใหญ่ นอนหลับได้อย่างสบาย กัน UV 95%

▪ ช่องระบายอากาศ ระบายความร้อน ลดความอับชื้น

▪ ผ้าระบายอากาศเนื้อผ้าตาข่ายที่เรียบนุ่มไม่เก็บฝุ่น

2. JOIE รุ่น I-Spin 360  ราคาปกติ 33,000 บาท

ไฮไลต์

▪ สำหรับเด็กแรกเกิด – 4 ปี หรือ 105 ซม.

▪ ติดตั้งง่ายด้วย ISOFIX มาพร้อมกับ Load Leg ช่วยถ่วงดุลน้ำหนักและเสริมความแน่นหนาของการติดตั้งคาร์ซีท

▪ ระบบล็อก Smart Ride™ ช่วยล็อกที่นั่งในระหว่างการนั่งหันหน้าเข้า และหันหน้าออกเพื่อให้ลูกน้อยปลอดภัยในระหว่างการเดินทาง

▪ เบาะนั่งสามารถหมุนได้ 360° ปรับหมุนได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ใช้มือเดียว

▪ สามารถปรับเอนเบาได้ 5 ระดับ ได้ทั้งหันหน้าและหันหลังเข้าเบาะ

▪ การป้องกันการกระแทกด้านข้างด้วย Guard Surround Safety ™ ที่ลดช่องว่างระหว่างประตูกับคาร์ซีท ทำให้ป้องกันการกระเเทกในการเดินทางได้ดี เพื่อความปลอดภัยทุกส่วนของร่างกาย

▪ พนักพิงศีรษะและเข็มขัดนิรภัยสามารถปรับตามความสูงได้ 6 ระดับ 

▪ สายคาดนิรภัยแบบ 5 จุด ตามมาตรฐานสากล สามารถปรับระดับความกระชับและคลายได้อย่างง่ายดาย

▪ เบาะนั่งนุ่มสบาย ระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม

▪ ด้านข้างมาพร้อมกับช่องระบายอากาศในตัว

3.  Chicco  รุ่น Nextfit Zip Max ราคาปกติ 24,995 บาท

ไฮไลต์

▪ นั่งได้ 2 รูปแบบ คือ นั่งแบบหันหน้าเข้าได้สูงสุด 22.67 กก. และ นั่งแบบหันหน้าออกได้สูงสุดถึง 29.5 กก.

▪ สามารถติดตั้งได้ง่ายทั้งแบบ LATCH และแบบใช้สายนิรภัยรถยนต์

▪ พื้นที่วางขาเพิ่มขึ้น 25% สำหรับโหมดหันหน้าไปด้านหลัง และพื้นที่รองรับน่องเด็กสำหรับโหมดหันไปข้างหน้า

▪ ComfortFlex® เข็มขัดคาดเอวเด็กเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

▪ Air Enhance Airflow พนักพิงมาพร้อมเทคโนโลยีเบาะแบบ 3D Airmesh ตาข่ายที่ช่วยระบายอากาศได้ดี

▪ ปรับระดับการนั่งได้ 9 ระดับ ได้ง่ายด้วยมือเดียว

▪ ปรับระดับความสูงของพนักศีรษะได้มากถึง 9 ระดับ

▪ สายรัดนิรภัยแบบ 5 จุด

▪ SuperCinch® LATCH tightener อุปกรณ์ยึดคาร์ซีทเข้ากับเบาะรถยนต์ สามารถปรับสายรัดให้แน่นได้อย่างง่ายดายโดยใช้แรงเพียงเล็กน้อย

▪ LockSure® ตัวช่วยการติดตั้งคาร์ซีทแบบใช้สายเบลท์รถยนต์ได้ง่ายขึ้น

▪ DuoGuard® side-impact protection ช่วยปกป้องแรงกระแทกจากด้านข้าง ทั้งศีรษะและลำตัว

4. DOONA Carseat & Stroller All in 1 ราคาปกติ 21,238 บาท

ไฮไลต์

▪  สำหรับเด็กแรกเกิด -15 กก. (newborn-15 kg)

▪ ติดตั้งได้ 2 แบบ Isofix base และสายเบลท์รถยนต์  

▪ ใช้งานได้แบบ 4 in 1 : คาร์ซีท car seat / รถเข็น stroller / นำขึ้นเครื่องบินได้ / เปลโยก

▪ สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ Doona 

▪ ปรับเป็นรถเข็นได้ภายใน 1 วินาที เพียงแค่พับล้อก็ขึ้นรถลงรถได้อย่างสะดวก

▪ ประหยัดพื้นทีไม่เหมือนคาร์ซีทรถเข็นทั่วไปที่ต้องแยก 2 ชิ้น

▪ ปรับเป็นเปลโยกกล่อมน้องนอนไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านโรงแรมหรือร้านอาหาร

▪  ผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัย ECE R44, EN1888, EN12790, FMVSS213, ASTM F833, ASTMF2050&nbsp

5. GRACO รุ่น 4EVER EXTEND2FIT CARSEAT CLOVE ราคาปกติ 25,995 บาท

ไฮไลต์

▪ มีสายนิรภัยแบบ 5 จุด สามารถปรับได้ง่าย

▪ โครงสร้างเหล็ก มีความแข็งแรงทนทาน

▪ วัสดุภายในทำจาก EPS โฟมที่สามารถดูดซับแรงกระแทก

▪ มีที่วางแก้วน้ำ หรือขนมทั้ง 2 ด้าน

▪ เบาะเป็นกำมะหยี่ ให้ความนุ่มสบาย สามารถถอดออกซักได้

▪ มีช่องเก็บสายรัด เมื่อใช้งานแบบ Booster

▪ มีมาตรวัดบริเวณด้านข้าง เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการติดตั้ง

▪ ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัย ในการรับแรงกระแทกจากด้านข้าง

▪ ผ่านมาตรฐานสากลของทางสหรัฐอเมริกา FMVSS 213

▪ สามารถใช้งานได้นานต่อเนื่อง จนอายุถึง 10 ปี หรือนํ้าหนักประมาณ 54.5 กิโลกรัม (เหมาะสำหรับเด็กนํ้าหนัก 1.8-54.5 กิโลกรัม)

——————— Mitsu RMA ยินดีให้บริการ ———————

Inbox : m.me/mitsurma
Link Line : https://line.me/R/ti/p/%40mitsurma
Line ID : @mitsurma
มิตซูลุมพินี : 02-059-4488, 089-9274024
Google Map มิตซูลุมพินี : https://bit.ly/2RAQsgk
Website : https://www.mitsurma.com/

รับส่วนลด ทดลองขับ ติดต่อเรา