เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลเบาะรถยนต์ง่ายๆ ทำเองได้ ไม่ยุ่งยาก

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลเบาะรถยนต์ง่ายๆ ทำเองได้ ไม่ยุ่งยาก

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลเบาะรถยนต์ง่าย ๆ ทำเองได้ ไม่ยุ่งยาก

เบาะรถยนต์ เป็นองค์ประกอบสำคัญของรถ ที่ต้องให้ความใส่ใจไม่แพ้กับส่วนอื่น ๆ ซึ่งการดูแลรักษาก็จะแตกต่างกันตามประเภทของวัสดุ  มีทั้งที่เป็นเบาะหนังแท้ เบาะหนังเทียม และเบาะผ้า ซึ่งวันนี้เราก็ได้นำวิธีทำความสะอาดดูแลเบาะรถยนต์ที่ถูกต้อง และสามารถทำตามได้ง่าย ๆ  มาฝากกันอีกเช่นเคย

ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกันก่อนว่า เบาะรถยนต์แต่ละประเภทนั้น แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

📍 เบาะหนังแท้ คือเบาะที่ทำมาจากหนังสัตว์หลากหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นหนังวัว นำมาผ่านกระบวนการฟอกและย้อมสี วิธีสังเกตง่าย ๆ ว่าเป็นเบาะหนังแท้ เวลานั่งแล้วจะนุ่มสบาย ไม่แข็งกระด้าง มีความยืดหยุ่น และไม่ร้อน เนื่องจากหนังแท้ จะไม่อมความร้อน ถ่ายเทอากาศได้ดี แต่ข้อเสียคือราคาแพง ดูแลรักษาค่อนข้างยาก และมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง ในท้องตลาดจึงนิยมใช้เบาะหนังแท้กับรถหรูเกรดพรีเมียมที่มีราคาแพง เพื่อเพิ่มความหรูหราสง่างาม 

📍 เบาะหนังเทียม คือเบาะที่ทำมาจากหนัง PVC หรือที่เรียกว่า หนังไวนิล และ หนัง PU (Polyurethane) ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานแทนหนังแท้ เพื่อประหยัดต้นทุน เพราะทำมาจากส่วนผสมของพลาสติก ข้อดีคือ มีราคาถูกกว่าหนังแท้หลายเท่า ทนทานไม่ขาดง่าย ทำความสะอาดง่าย ไม่ซึมซับน้ำ ไม่สะสมฝุ่นละออง แต่มีข้อเสียคือนั่งแล้วจะสัมผัสได้ถึงความกระด้าง ไม่นุ่มสบายเท่าเบาะหนังแท้ และสะสมความร้อน เพราะถ่ายเทอากาศไม่ได้เหมือนหนังแท้ 

📍 เบาะผ้า คือเบาะที่ทำมาจากวัสดุผ้าชนิดต่าง ๆ ได้แก่ ผ้าสังเคราะห์ หรือผ้ากำมะหยี่ ถือเป็นเบาะที่นิยมใช้กันทั่วไป เพราะมีราคาถูก ซ่อมแซมง่าย ข้อดีของเบาะผ้าคือมีดีไซน์ที่หลากหลาย ถ่ายเทความร้อนได้ดี นั่งแล้วไม่ลื่นไหล แต่ข้อเสียคือ เบาะผ้าจะดักเก็บฝุ่นละออง และเปื้อนง่ายกว่าเบาะหนัง เมื่อเลอะแล้วคราบจะติดฝังแน่น ทำความสะอาดได้ยาก ทั้งยังดูดความชื้นสูง เป็นต้นเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์และเชื้อโรคอีกด้วย

วิธีดูแลและทำความสะอาดเบาะรถยนต์

✨ เบาะหนังแท้ 

  •  ไม่ควรจอดรถยนต์ตากแดดร้อนจัดเป็นเวลานาน เพราะรังสียูวีจะไปทำลายเบาะหนังแท้ให้กรอบเร็วขึ้นกว่าเดิมได้ ซึ่งการติดฟิล์มกรองแสง  ก็สามารถช่วยลดรังสูยูวี และลดอุณหภูมิภายในรถไม่ให้สูงเกินไปได้
  • ระมัดระวังอย่าให้เบาะหนังแท้เปียกน้ำหรือมีความชื้น เนื่องจากหนังแท้มีคุณสมบัติซึมน้ำได้พอสมควร เมื่อหนังเกิดความชื้นจะทำให้เกิดกลิ่นอับจากแบคทีเรียที่ฝังอยู่
  • หากเบาะมีฝุ่นละอองเกาะ ให้ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำพอหมาด แล้วเช็ดทำความสะอาด ไม่ควรใช้ผ้าเปียกชุ่ม เพราะวัสดุหนังมีรูพรุน น้ำซึมผ่านได้ หากน้ำดูดซับนาน ๆ ก็จะเกิดกลิ่นอับ และขึ้นราได้ แต่หากเป็นคราบฝังแน่น ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดขัดออก แล้วผึ่งลมหรือทำให้แห้งให้เร็วที่สุด 
  • สามารถถนอมชั้นผิวของเบาะหนังแท้ ด้วยการใช้วาสลีน ทาเคลือบบาง ๆ โดยสามารถทาเคลือบได้บ่อย ๆ ไม่เป็นอันตรายกับเบาะหนังแท้แต่อย่างใด
  • หมั่นใช้ผ้าหรือไม้ขนไก่ปัดฝุ่นออกจากเบาะหนังอยู่เสมอ หรือเพิ่มความสะดวกก็สามารถใช้เครื่องดูดฝุ่น ดูดสิ่งสกปรกออกจากเบาะ จะช่วยเบาะหนังสะอาดยิ่งขึ้น
  • หากเบาะหนังเกิดเปื้อนหรือเลอะคราบสกปรก ให้ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่ หรือน้ำยาทำความสะอาดเบาะหนัง โดยค่อย ๆ เช็ดจนกว่าคราบจะออกทั้งหมด แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดเบาะให้แห้งสนิท
  • หากทำน้ำหกใส่เบาะหนัง ให้รีบใช้ผ้าแห้งเช็ดให้แห้งทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งเอง อาจจะทำให้เบาะหนังเกิดเชื้อราได้ 
  • ใช้น้ำยาเคลือบเบาะหนัง เช็ดทำความสะอาด เพื่อเป็นการบำรุงเบาะหนังให้เงางามและคงทน แต่ควรระวังการใช้น้ำยา เพราะหากเสื่อมสภาพแล้วหรือใช้ผิดประเภท ก็จะทำให้เบาะหนังแข็งขึ้น ทำให้ต้องทาซ้ำใหม่บ่อย ๆ เพื่อให้กลับมานิ่มเหมือนเดิม

✨ เบาะหนังเทียม

  • หากเบาะเลอะ ใช้ผ้าแห้งชุบน้ำพอหมาด เช็ดบริเวณที่เปื้อน แต่ถ้ายังเช็ดไม่ออกสามารถใช้น้ำยาทำความสะอาดเบาะรถยนต์สำหรับเบาะเทีม หรือน้ำยาทำความสะอาดพลาสติกเช็ดแทนได้
  • ใช้เครื่องดูดฝุ่น ที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ ดูดเศษฝุ่นผง และสิ่งสกปรกต่าง ๆ  ที่ตกค้างตามร่องเบาะและรอยพับ จะช่วยให้เบาะไวนิล สะอาดและคงทนมากขึ้น
  • ถ้าทำน้ำหกใส่เบาะหนังเทียม ให้รีบใช้ผ้าแห้งเช็ดออกและทำให้แห้งทันที เพราะถ้าหากปล่อยไว้นาน จะทำให้เบาะมีความชื้นและขึ้นราได้

✨ เบาะผ้า

  • หากเบาะเลอะ หรือมีคราบสกปรก ให้ฉีดน้ำลงไปที่คราบเพียงเล็กน้อย ไม่ชุ่มเกินไป เพราะจะทำให้ตัวเบาะใต้ผ้าหุ้มขึ้นราหรือเหม็นอับได้ จากนั้นให้นำแปรงขนอ่อนมาขัดถูบริเวณที่เป็นคราบเลอะ แล้วใช้กระดาษชำระซับเบา ๆ ป้องกันเบาะผ้าเกิดกลิ่นอับและแบคทีเรียตามมา
  • นำแปรงสีฟันเก่าที่มีขนอ่อนค่อยๆขัดบริเวณคราบสกปรก จากนั้นก็ให้ใช้ทิซซู่ซับความเปียกชื้นจากคราบน้ำ 
  • ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูด ที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ ทำความสะอาดเบาะผ้าเป็นประจำ เพราะสามารถดูดเศษผง หรือสิ่งสกปรกตามซอกมุมเล็ก ๆ ได้ดี ช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง ป้องกันโรคภูมิแพ้ และไม่ก่อให้เกิดเชื้อโรคตามมา
  • กรณีที่เบาะผ้ามีคราบเลอะหรือสกปรกมาก จนไม่สามารถทำความสะอาดด้วยตัวเองได้ ควรนำรถเข้าไปรับบริการที่ร้านคาร์แคร์ เพื่อให้ทางร้านถอดเบาะออกมาซักทำความสะอาด 
  • หมั่นใช้ผ้าหรือแปรงขนอ่อนสำหรับแปรงเบาะผ้าโดยเฉพาะ มาทำความสะอาดฝุ่นละอองที่เกาะบนเบาะรถยนต์ 

📍 Tips น่ารู้ ดูแลเบาะรถยนต์

  • ควรสวมหน้ากากอนามัยขณะที่ทำความสะอาด โดยเฉพาะตอนที่ใช้เครื่องดูดฝุ่น เพื่อป้องกันการสูดเอาฝุ่นละอองเข้าไป
  • ไม่ควรใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค เช็ดเบาะรถยนต์ประเภทเบาะหนัง เนื่องจากแอลกอฮอล์ มีคุณสมบัติในการชำระล้างคราบไขมัน หากนำมาถูเช็ดเบาะที่ทำจากหนัง ก็จะทำให้หนังเกิดการแห้งกรอบ หรือสีซีดได้
  • ไม่ควรทำความสะอาดเบาะรถยนต์ ในขณะที่รถจอดกลางแดด หรือเพิ่งขับรถไปไม่นาน ควรจะรอให้เบาะมีอุณหภูมิที่เย็นลงก่อน เพราะหากทำความสะอาดทั้งที่เบาะยังร้อนอยู่ อาจะเกิดความเสียหายต่อตัวหนังได้ คำแนะนำคือควรจอดรถในที่ร่ม หรือเปิดประตูระบายความร้อนสักพักหนึ่งก่อน จากนั้นจึงเริ่มทำความสะอาดเบาะรถยนต์
  • ไม่ควรใช้ผ้าที่มีผิวหยาบเช็ดทำความสะอาดเบาะหนัง เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายได้
  • ห้ามใช้ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน หรือสบู่ ทำความสะอาดเบาะหนัง เพราะจะทำให้เบาะรถยนต์เกิดอาการแตกลายงา หรือเป็นรอยด่างได้ ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดเบาะหนังโดยเฉพาะ เช็ดทำความสะอาดเท่านั้น 

นอกจากเบาะรถยนต์ที่ต้องใส่ใจแล้ว การทำความสะอาดภายในรถอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อสุขอนามัยที่ดี และช่วยยืดอายุรถให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น ซึ่งก็มีขั้นตอนง่าย ๆ ที่สามารถทำด้วยตัวเอง ดังนี้

  • ที่จับประตู หยิบเศษขยะหรือสิ่งสกปรกออก จากนั้นใช้ผ้าแห้งชุบน้ำพอหมาด เช็ดทำความสะอาด แล้วปล่อยให้แห้ง จึงใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในรถยนต์ เช็ดซ้ำอีกครั้ง
  • พวงมาลัย ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำยาทำความสะอาดสำหรับพวงมาลัย เช็ดทำสะอาด แล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่มีความนุ่มเช็ดให้แห้ง ไม่ควรเช็ดแรงมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ 
  • แผงคอนโซล ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำพอหมาดเช็ดให้ทั่ว หรือใช้แปรงสีฟันขนแปรงอ่อนนุ่ม ทำความสะอาดตามซอกมุมเล็ก แล้วใช้ผ้าแห้งเช็ดคราบน้ำหรือน้ำยาทำความสะอาดออกให้หมด แล้วเช็ดด้วยน้ำยาเคลือบเงา 
  • พรม และยางปูพื้น นำไปสะบัดเอาเศษดินออกให้หมด หรือนำไปล้างน้ำแล้วตากให้แห้ง ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดสิ่งสกปรกบริเวณร่องของผ้าปูและพรมออก ใช้น้ำยาทำความสะอาดพรมโดยเฉพาะ จากนั้นเป่าให้แห้ง หรือเปิดประตูระบายความชื้น ป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์และเชื้อร

——————— Mitsu RMA ยินดีให้บริการ ———————

Inbox : m.me/mitsurma
Link Line : https://line.me/R/ti/p/%40mitsurma
Line ID : @mitsurma
มิตซูลุมพินี : 02-059-4488, 089-9274024
Google Map มิตซูลุมพินี : https://bit.ly/2RAQsgk
Website : https://www.mitsurma.com/

รับส่วนลด ทดลองขับ ติดต่อเรา