13 ทักษะ Soft Skills & Hard Skills ทักษะที่องค์กรต้องการ

13 ทักษะ Soft Skills & Hard Skills ทักษะที่องค์กรต้องการ

13 ทักษะ Soft Skills & Hard Skills ทักษะที่องค์กรต้องการ

พนักงาน เปรียบเสมือนกับมดงานตัวน้อยๆ ที่เติมเต็มให้อนาจักรมดเปี่ยมไปด้วยความสมบูรณ์ องค์กรก็ไม่ต่างจากอนาจักรมดที่มีจุดมุงหมายคือ ความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ของงาน องค์กรทุกประเภทมีแนวทางการกำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จให้ไปในทิศทางเดียว  นั่นคือสาเหตุว่าทำวันทุกองค์กรทำไมจึงต้องมีกแผนกบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management : HRM) เพื่อคัดเลือกพนักงานที่ตรงตามจุดมุ่งหมายและมีทักษะที่องค์กรต้องการมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันทักษะ Soft and Hard Skilsl กลายเป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกบุคากรเข้ามาทำงานในองค์กร เนื่องจากองค์กรต้องการคนที่ทำงานเก่งและทำงานเป็น เพื่อให้องค์กรได้เติบโตตามจุดมุ่งหมยที่กำหนดไปในทิศทางเดียวกัน 

Soft Skills & Hard Skills ต่างกันอย่างไร

พูดแบบตรงตัว Soft Skills หมายถึง ‘หัวใจในการทำงาน’ หรือ ทักษะด้านต่างๆ ที่จำเป็นในการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงาน ส่วน Hard Skills หมายถึง ‘สมองที่ใช้ทำงาน’ หรือ ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานโดยตรง ทักษะทั้ง 2 ประเภท ต่างก็มีความโดดเด่นเฉพาะตัว องค์กรต้องการคนเก่งแต่ในทางกลับกันก็ยังต้องการคนที่มีคุณภาพสามารถทำงานเป็นทีมได้ จากประสบการณ์การทำงานของชาวออฟฟิศ พบว่าแม้กระทั้งเพื่อนร่วมงานเองก็ยังต้องการ Soft Skills เพื่อสื่อสารกันซึ่งกันและกันและทำงานด้วยกันอย่างมีความสุข และองค์กรเองก็ยัง Hard Skills ทักษะการทำงานเฉพาะทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

  • Soft Skills หมายถึง ทักษะที่องค์กรต้องการในการทำงาน เช่น การทำงานร่วมกับผู้อื่น บุคลิกภาพภายนอก ทัศนคติ มุมมองด้านต่างๆ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การสื่อสาร รวมไปถึงความฉลาดทางอารมณ์ (emotional intelligence) ซึ่งทักษะ Soft Skills มีอิทธิพลต่อบรรยากาศภายในองค์กรมากที่สุด หากพนักงานมีความสุขในการทำงาน ‘งานดี มีคุณภาพ’ คือผลพลอยได้จากความสุขของพนักงานเหล่านั้น
  • Hard Skills หมายถึง ความรู้และทักษะที่องค์กรต้องการเกี่ยวข้องกับการทำงานโดยตรงอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์ เช่น การใช้โปรแกรม การอ่าน การเขียน การใช้เครื่องมือต่างๆ การคำนวณ การวาดภาพ การทำบัญชี  ซึ่งทักษะ Hard Skills นั้นจำเป็นสำหรับการทำงานไม่แพ้กับ Soft Skills เลย ด้วยทักษะด้านนี้จึงทำให้งานจะสำเร็จผ่านไปได้อย่างรวดเร็วอย่างเป็นมืออาชีพ 

Hard Skills ที่องค์กรต้องการ

ทักษะหลักเฉพาะทางที่จำเป็นต่อการทำงาน สามารถวัดผลความรู้ทักษะ Hard Skills ออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน สามารถนำมาปฏิบัติงานได้จริง ยกตัวอย่างเช่น อาชีพสถาปัตย์ต้องการความรู้เรื่องการเขียนแบบ สำหรับเอาไว้ใช้งานเจาะจงโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นทักษะที่เพิ่มพูนมาจากสมัยเรียนหรือประสบการณ์ทำงานก่อนหน้านี้  หากขาดความรู้เรื่องการเขียนแบบไป ก่อให้เกิดความไม่ราบรื่นในการทำงานเท่าที่ควร เป็นต้น ทักษะด้าน Hard Skills ยุคนี้ที่องค์กรต้องการมากที่สุด มีดังนี้ 

  • Foreign Languages ในยุค 2022 นี้ ภาษาอังกฤษแทบจะกลายเป็นภาษาหลักในการสื่อสารในองค์กรไปแล้ว ปัจจุบันแค่เพียงภาษาอังกฤษอาจยังไม่เพียงพอต่อการทำงานในยุคนี้ จึงจำเป็นต้องมีความรู้ด้านภาษาที่สามพอติดตัวไว้บ้าง ซึ่งภาษาที่สามนี่ได้รับความนิยมในองค์กร ได้แก่
    • ภาษาจีนกลาง เป็นภาษาที่ใช้กันมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เนื่องจากประชากรจีนประมาณ 1,400 ล้านคน กระจายตัวอยู่ทั่วมุมโลก ทำให้มีการใช้ภาษาจีนอยู่มาก ด้วยแกรมม่าง่ายไม่ซับซ้อนทำให้สะดวกต่อการสื่อสาร ต้องอาศัยเทคนิคท่องจำตัวอักษรและคำศัพท์สักเล็กน้อย แต่รับรองปังแน่นอน
    • ภาษาญี่ปุ่น ประเทศไทยมีบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนจำนวนมาก สำหรับใครที่พูดภาษญี่ปุ่นได้จะกลายเป็นทรัยากรที่บริษัทญี่ปุ่นกำลังมองหา เนื่องจากภายในบริษัทยังใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสื่อสารหลัก ข้อดีคือ ตัวอักษรคันจิมีการอ้างอิงจากอักษรจีนบางตัว ทำให้การเขียนและความหมายคล้ายคลึงกัน
    • ภาษาเวียดนาม หากได้ลองมองการไกลดีๆ แล้ว เราจะสามารถเห็นทิศทางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนามไปในทิศทางที่ดีขึ้น กลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เหล่าผู้ลงทุนต่างให่ความสนใจ
    • ภาษาสเปน เป็นภาษที่สองของประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะว่าปัจจุบันละตินอเมริกาใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ จึงทำให้ภาษาสเปนกลายเป็นที่ยอมรับในแถบอเมริกาเป็นอย่างมาก  
    • ภาษาฝรั่งเศส ใครที่มีความรู้เกี่ยวกับภาษาฝรั่งเศสติดตัว ขอบอกเลยคุณคือ Rear Item ในกลุ่มตลาดแรงงานมาก เนื่องจากเป็นภาษาราชการใน 29 ประเทศทั่วโลก และเศรษฐกิจมีทิศทางในการเจริญเติบโตสูงไม่แพ้กัน
  • Computer Software and Application Knowledge แทบทุกองค์กรในยุค 2022 ใช้คอมพิวเตอร์เป็นหลักในการทำงาน มีเพียงไม่กี่สายงานที่เน้นการลงมือปฏบัติมากกว่า ซึ่งการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์จำเป็นต้องมีความเข้าใจในด้านระบบคลาวด์ไว้ด้วย (Cloud Computing) เนื่องจากระบบคลาวด์สะดวกต่อการจัดเก็บข้อมูล โยกย้าย หรือสำรองข้อมูลนั้นๆ ไว้
  • Design ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความรู้เรื่องกราฟิกแทบจะมีอยู่ทุกส่วนงาน ไม่ว่าจะอยู่แผนกไหนก็ตามมันจะต้องมีงานกราฟิกโผล่มาบ้างไม่มากก็น้อย และยังสามารถหารายได้เสริมจากทักษะการออกแบบที่มีอยู่ ซึ่งสไตล์การออกแบบตกแต่งก็จะแตกต่างออกไปอย่างเฉพาะตัว ในยุคนี้ควรมีความรู้เรื่องกราฟิกติดตัวไว้นิดนึง กันไว้ดีกว่าแก้
  • Data Analysis และ Analytical Reasoning การจัดกับข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อใช้ประโยชน์และใช้เป็นแนวทางในการแนะนำแนวทางในการปรับปรุงการทำงานครั้งถัดไป ไม่ว่าจะเป็นงานประเภทใดก็ตาม ล้วนแต่ต้องการการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงตรรกะเสมอ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่องภารกิจองค์กร
  • People Management ใช่แล้ว ทักษะการบริหารคนเป็นอีกหนึ่ง Hard Skills ที่องค์กรต้องการมากพอๆ กัน เพราะทุกองค์กรต่างก็มีวัฒนรรมในการทำงานรูปแบบทีม ซึ่งการทำงานลักษณะนี้ต้องการทักษะในการบริหารคนมาก การเลือกคนให้เหมาะสมกับหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้งานนั้นออกมาอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หรือที่เรารู้จักกันใน PUT THE RIGHT MAN IN THE RIGHT JOB นั่นเอง รวมไปถึงการบริหารกำลังคนก็สำคัญไม่แพ้กัน 
  • Social Media Marketing เมื่อ Social Media ไม่ได้เป็นเพียงแค่สื่อที่ให้แค่ความบรรเทิงเพียงเท่านั้น ปัจจุบันคนไทยนิยมติดต่อกันผ่านทาง Social Media แทนการโทรสอบถามหรือวอร์คอิน ดังนั้นองค์กรจึงต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่เริ่มมีการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นอีกเช่นกัน ดังนั้นความรู้ด้านการตลาดออนไลน์จึงควรค่าต่อการศึกษามาก อนาคตคาดว่าการตลาดออนไลน์มีแนวโน้มเจริญเติบโตขึ้นไปอีก

Soft Skills ที่องค์กรต้องการ

ทักษะ soft skills เป็นทักษะส่วนบุคคลที่ล้วนแต่สั่งสมมาจากประสบการณ์หรือศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเอง ไม่มีตัวชี้วัดที่ตายตัว ไม่มีถูกหรือผิดแบบ 100% แค่ในทางตรงข้ามกันสามารถส่งผลต่อผลสำเร็จของงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทักษะนี้ไม่ได้เพียงส่งผลต่อความสำเร็จของงาน ยังส่งผลดีต่อตัวเอง เพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงบรรยกาศการทำงานได้อีกด้วย เป็นทักษะที่องค์กรต้องการยุคใหม่ต้องการมากที่สุด

  • Collaboration การทำงานร่วมกันกับผู้อื่นเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครหนีได้พ้นจริงๆ เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานให้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งทักษะเบื้องต้นของการทำงานร่วมกันประกอบไปด้วย การเคารพซึ่งกันและกัน รับฟังความคิดเห็น ยืดหยุ่น มีจุดมุงหมายเดียวกัน นั่นคือความสำเร็จของงานที่ได้รับมอบหมาย และเพื่อป้องกับการเกิดปัญหาระหว่างทำงานด้วยกัน แน่นอนว่าไม่มีใครถูกใจเราได้เสมอ ทักษะ Collaboration หรือการทำงานร่วมกัน สามารถส่งผลต่อบรรยากาศการทำงานได้โดยตรง
  • Communication ทักษะการสื่อสาร เป็นตัวกลางในการส่งต่อข้อมูลไปยังคนอื่นๆ การสื่อการที่ดีต้องกระชับและเข้าใจง่าย ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดซึ่งกันและกัน บาง Podcast เนื้อหาเกี่ยวกับการทำงานร่วมกัน เคยบอกไว้ว่าการสื่อสารเรื่องงานที่ดีที่สุดคือ การคุยต่อหน้า เพราะการคุยต่อหน้านั้นทำให้ผู้พูดและผู้ฟังสามารถสื่อการภาษากายได้ และรับรู้ถึงอารมณ์ของทั้งสอง และที่คำคัญไม่เสียเวลารอให้ตอบกลับไปมาอย่าง E-Mail หรือ Line 
  • Responsibility นอกจากคนเก่ง คนทำงานเป็น ความรับผิดชอบเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ทุกองค์กรต้องการเอาเสียมากๆ การกำหนดขอบเขตของงานและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อภารกิจงานนั้นๆ ช่วยกระตุ้นความรีบผิดชอบได้โดยอ้อมๆ ทำให้ผู้ที่ได้รีบมอบหมายงานต้องทำงานตามหน้าทที่และเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด
  • Flexibility หากลองเปรียบเทียบการทำงานกับเพื่อนร่วมงานทั้ง 2 ประเภท ระหว่างจริงจังกับงานและทำงานแบบยืดหยุ่น แน่นอนว่าสังคมการทำงานสมัยนี้มีแนวโน้มการทำงานแบบยืดหยุ่นมากกว่า เพราะทำให้บรรยากาศการทำงานดีขึ้น สามารถปรับให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะเปลี่ยนไวแค่ไหนก็ตาม องค์การที่มีการทำงานลักษณะนี้มักมีสิ่งแวดล้อมการทำงานที่ดีกว่าแบบจริงจังจนเกินไป พนักงานอารมณ์ดี อยู่กันแบบครอบครัว (ที่ไม่ใช่กาสะลองซ้องปีป) ผลลัพธ์คือ ผลงานดีมีคุณภาพ แต่ความยืดหยุ่นก็เปรียบได้กับดาบสองคมหากยืดหยุ่นจนเกินไป อาจจะส่งผลเสียต่อองค์กรก็ได้
  • Problem solving ทุกการทำงานย่อมเกิดปัญหาเสมอ เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นมาแล้ว คุณสมบัติที่พึงมีที่สุดในการแก้ไขปัญหาคือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งต้องมีความรวดเร็ว รอบคอบ และถูกต้องอยู่เสมอ ทักษะนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และไหวพริบของแต่ละคน แนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ได้มีตัวชี้วัดที่ตายตัวอย่างแน่นอน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะมีความเห็นในการแก้ไขปัญหาไม่ตรงกันบ้าง แต่สุดท้ายแล้วเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็จะได้การแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดเช่นกัน
  • Teamwork น้องคะ ที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัวเนาะ! อย่าตอบโต้ค่ะ แม้ข้างในเราจะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่พี่เค้าบอกไว้ ทักษะการทำงานเป็นทีมเป็นสิ่งที่อาศัยแรงขับเคลื่อนกับทักษะ Collaboration ที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ภารกิจงานขององค์กรจึงผ่านลุล่วงไปได้อย่างดี
  • Emotional Intelligence เมื่อเราจะต้องทำงานกับคนอื่น แน่นอนว่ามันต้องมีส่วนที่ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง ความฉลาดในการจัดการอารมณ์ของตนเองจำเป็นต้องใช้เหตุผลในการจัดการกับอารมณ์ด้านต่างๆ  เพื่อบรรยากาศการทำงานที่ลื่นไหลและเห็นอกเห็นใจกัน ทักษะด้านการควบคุมอารณ์จึงสำคัญต่อการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทีม ซึ่งแต่ละคนก็จะมีวิธีการรับมือที่แตกต่างกันไป วิธีดังกล่าวถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าทำแล้วสามารถร่วมงานกันได้โดยอย่างสันติวิธี

หากลองสังเกตดีๆ Soft Skills & Hard Skills ดูเหมือนจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่ใครต่อใครก็สามารถปฏิบัติตามได้ แต่ก็ไม่ใช่ปฏิบัติตามจนเสียความเป็นตัวตนไป เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและต้องการทักษะทั้งสองด้านในการดำเนินการ ลองจินตนาการถึงตรางชั่งแบบโบราณดูเอาว่าการที่จะทำให้ตราชั่งเท่ากัน จำเป็นจะต้องถ่วงน้ำหนักทั้งสองข้างให้เสมอกัน ในการทำงานก็เหมือนกันทักษะด้านการทำงานเก่งและทำงานเป็นจำเป็นต้องจำเป็นต้องมีทั้งสองด้าน หากขาดด้านใดด้านหนึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานได้ ทักษะที่องค์กรต้องการในการทำงานที่ดีต้องรักษาสมดุลทั้งสองด้านอย่างเท่าๆ กัน ฉะนั้นอย่ากดดันตัวเองกับการปรับเปลี่ยนทักษาด้าน Soft Skills & Hard Skills จนตึงเกินไป คิดเสียว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาและความรู้ให้กับตัวเองละกันเนาะ Good Luck กับงานที่เรารักนะคะทุกๆ คน 


ขอบคุณข้อมูล : www.techsauce.co/connext/get-a-job/job-skills , www.palagrit.com/what-is-soft-skills/

——————— Mitsu RMA ยินดีให้บริการ ———————

Inbox : m.me/mitsurma
Link Line : https://line.me/R/ti/p/%40mitsurma
Line ID : @mitsurma
มิตซูลุมพินี : 02-059-4488, 089-9274024
มิตซูพระราม3 : 02-292-1531, 084-387-9425
Google Map มิตซูลุมพินี : https://bit.ly/2RAQsgk
Website : https://www.mitsurma.com/

รับส่วนลด ทดลองขับ ติดต่อเรา